ขนส่งในไทย อะไรเร็วสุด

ในยุคที่ลูกค้าคลิกสั่งวันนี้ อยากได้ของพรุ่งนี้ คำถามที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เจอบ่อยที่สุดก็คือ “ขนส่งอะไรเร็วสุด” เพราะความเร็วในการจัดส่งไม่ใช่แค่เรื่องความประทับใจ แต่ส่งผลตรงต่อรีวิว ยอดซื้อซ้ำ และคะแนนร้านบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

วันนี้ Carry Fulfillment  จะพาทุกคนไปรู้จัก 10 บริษัทขนส่งยอดฮิตในไทย ที่ร้านค้า e-commerce ใช้งานจริง พร้อมจุดเด่น ระยะเวลาจัดส่ง ราคาเริ่มต้น และทริคเลือกขนส่งให้ “ไว + คุ้ม” มากที่สุด รวมถึงแนะนำทางลัดสำหรับร้านค้าที่อยากส่งไวแบบมืออาชีพด้วยระบบ Fulfillment แบบครบวงจร

พนักงานส่งพัสดุถึงมือผู้รับ delivery man handing parcel

10 บริษัทขนส่งที่นิยมในไทย  

1. ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

หากพูดถึงบริษัทขนส่งที่อยู่กับไทยมาอย่างยาวนาน ชื่อแรกที่เข้ามาในใจใครหลาย ๆ คนก็คงไม่พ้น ไปรษณีย์ไทย นะครับ ไปรษณีย์ไทยเป็นบริษัทส่งของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ไว้ใจได้ แถมยังมีจุดบริการอยู่ทั่วไทยอีกด้วย 

จุดเด่นของไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

  • บริษัทขนส่งที่ให้บริการในไทยมาอย่างยาวนาน มีความน่าเชื่อถือ
  • มีจุดให้บริการมากกว่า 1,00 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกจังหวัด ทุกอำเภอในไทย และมีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 30,000 แห่ง
  • พี่ ๆ ขนส่ง เชี่ยวชาญด้านเส้นทาง ด้วยประสบการณ์ช่ำชอง ไม่มีหลงหรือส่งผิดบ้าน 
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • เลือกบริการส่งพัสดุได้หลายแบบ ไม่ว่าจะ ลงทะเบียน EMS หรือ eCo-post
  • มีบริการรับพัสดุถึงหน้าบ้าน ใช้บริการผ่าน LINE Official @ThailandPost
  • มีบริการส่งพัสดุไปต่างประเทศ
  • เช็คสถานะพัสดุได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งทางเว็บและแอปพลิเคชัน

ค่าบริการเริ่มต้นของไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) 

  • ส่งแบบลงทะเบียน 20 บาท น้ำหนักเริ่มต้นอยู่ที่ 20 กรัม
  • ส่ง EMS ในประเทศ เริ่มต้น 32 บาท น้ำหนักเริ่มต้นอยู่ที่ 20 กรัม
  • ถ้าต้องการคำนวณค่าส่งที่แน่ สามารถเช็คอัตราค่าบริการของไปรษณีย์ไทยที่ทางหน้าเว็บได้ด้วยเช่นกัน
  • ค่าธรรมเนียมสำหรับบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) จะถูกคิด 2.3-3% ของมูลค่าสินค้า และจะโอนเข้า Wallet@POST ของผู้ส่งภายใน 2 วันถัดไป  

ระยะเวลาการจัดส่งของไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

  • ลงทะเบียน ถึงปลายทางภายใน 2-5 วัน
  • EMS ถึงปลายทางภายใน 1-2 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) 

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาท 
  • สามารถซื้อประกันความเสียหายเพิ่มได้สูงสุด 50,000 บาท

2. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express)

มากันที่บริษัทขนส่งเอกชน ในวงการค้าขายออนไลน์ หากพูดถึงว่าขนส่งไหนเร็วสุด ก็ต้องมี Kerry Expresss เป็นหนึ่งในนั้น ขนส่งสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ แถมยังเปนรายแรกที่มีบริการ COD และบริการอื่น ๆ ที่หลากลหายตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์อย่างมาก

จุดเด่นของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express)

  • มีจุดให้บริการมากกว่า 37,337 สาขาทั่วไทย
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • มีบริการเรียกรถเข้ารับพัสดุ
  • บริการรับพัสดุด้วยตัวเอง (SCL)
  • มีบริการ Drop-off
  • มีบริการเสริมส่งพัสดุด่วนก่อนเที่ยง (AM)
  • เช็คสถานะพัสดุได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งทางเว็บและแอปพลิเคชัน
  • มี Kerry Express Club ให้ร้านค้าร่วมเป็นสมาชิก สะสมพ้อยต์ แลกส่วนลดและของรางวัล 

ค่าบริการเริ่มต้นของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express)

  • พัสดุแบบซอง เริ่มต้นที่ 19 บาท
  • พัสดุแบบซอง เริ่มต้นที่ 35 บาท
  • บริการเก็บเงินปลายทาง ค่าธรรมเนียม 2.4%

ระยะเวลาการจัดส่งของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express) 

  • การจัดส่งแบบมาตรฐาน ใช้ระยะเวลา 1-2 วัน
  • ส่งพัสดุด่วนก่อนเที่ยง (AM): จัดส่ง ก่อนเวลา 12.00 น. ของวันกำหนดส่งพัสดุ

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (Kerry Express)

  • การสูญเสียและความเสียหายโดยตรงรวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อ 1 ใบนำส่งสินค้า

3. แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express)

อีกหนึ่งขนส่งเอกชนที่ส่งของได้รวดเร็วทันใจ แถมยังได้เป็นยูนิคอร์รในวงการ Startup อีกด้วย นั่นคือขนส่งสีเหลือง อย่าง Flash Express เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างเลือกใช้กันเป็นอันดับแรก ๆ เลยก็ว่าได้ 

จุดเด่นของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express)

  • มีจุดให้บริการมากกว่า 3,500 สาขาทั่วไทย
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • มีบริการเรียกรถเข้ารับพัสดุ
  • มีบริการส่งพัสดุทั้งแบบ B2B B2C C2C 
  • มีบริการจัดส่งพัสดุถึงมือผู้รับงภายในวันถัดไป
  • เช็คสถานะพัสดุได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งทางเว็บและแอปพลิเคชัน

ค่าบริการเริ่มต้นของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express)

  • ราคาส่งพัสดุเริ่มต้น 25 บาท 
  • COD มีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 2 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express)

  • ถ้าส่งพัสดุภายในจังหวัดเดียวกัน ก่อน 17.00 น. จะได้รับพัสดุในวันถัดไป 
  • ส่งพัสดุข้ามจังหวัด 1-3 วัน 
  • ส่งพัสดุในพื้นที่ห่างไกล 2-3 วัน
  • ส่งพัสดุด่วน ใช้เวลา 1-2 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express)

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาท 
  • สามารถซื้อประกันความเสียหายเพิ่มได้สูงสุด 50,000 บาท

4. เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) 

อีกหนึ่งบริษัทขนส่ง ที่ถูกใจทั้งคนส่งคนรับ เพราะเค้าส่งของรวดเร็วไม่แพ้เจ้าอื่น ๆ นั่นคือ ขนส่งเอกชนสัญชาติฮ่องกง J&T Express ที่นี่เค้าเปิดให้บริกร 24 ชั่วโมง แถมเปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุดอีกด้วย

จุดเด่นของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express)

  • มีจุดให้บริการมากกว่า 1,000 สาขาทั่วไทย
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • มีบริการส่งด่วน 
  • เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 
  • เช็คสถานะพัสดุได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งทางเว็บและแอปพลิเคชัน

ค่าบริการเริ่มต้นของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express)

  • ค่าส่งพัสดุเริ่มต้น 30 บาท 
  • COD มีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 1 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express)

  • พัสดุถึงปลายทางภายใน 1-3 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express)

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาท 
  • สามารถซื้อประกันความเสียหายเพิ่มได้สูงสุด 50,000 บาท

5. เอสซีจี เอ็กซ์เพรส (SCG Express)

อีกหนึ่งคนส่งที่ขึ้นชื่อมาตรฐานญี่ปุ่น ใคนส่งด้วยก็แฮปปี้ เพราะที่นี่เค้ามีสโลแกน ‘Deliver Your Happiness’ ส่งให้ได้ตั้งแต่ B2B C2C B2C แถมยังเน้นให้บริการแบบส่งด่วนและส่งพัสดุได้หลาหลายประเภทอีกด้วย

จุดเด่นของ เอสซีจี เอ็กซ์เพรส (SCG Express)

  • มีบริการจัดส่งสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง
  • คิดราคาตามขนาดกล่อง ไม่คิดราคาตามน้ำหนัก
  • บริการจัดส่งพัสดุแบบเร่งด่วน
  • บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) จ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต
  • บริการรับพัสดุถึงหน้าบ้าน

ค่าบริการเริ่มต้นของ เอสซีจี เอ็กซ์เพรส (SCG Express)

  • ราคาส่งพัสดุเริ่มต้น 25 บาท 
  • COD มีค่าบริการขั้นต่ำ 15 บาทและมีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 1 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ เอสซีจี เอ็กซ์เพรส (SCG Express)

  • ส่งพัสดุในกรุงเทพและปริมณฑล พัสดุถึงปลายทางในวันถัดไป
  • ส่งพัสดุไปต่างจังหวัด พัสดุถึงปลายทางภายใน 2-3 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ เอสซีจี เอ็กซ์เพรส (SCG Express)

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 3,000 บาท 

6. DHL Express

ใครที่ชอบสั่งสินค้าจากต่างประเทศ ต้องรู้จักขนส่งนี้ DHL Express เค้าเป็นบริษัทขนส่งระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงและได้มาตรฐานระดับโลก จะส่งสินค้าในไทยหรือไปประเทศอื่นก็รวดเร็วและได้มาตรฐาน สินค้าไม่มีเสียหาย 

จุดเด่นของ DHL Express

  • ส่งพัสดุทั้งในและต่างประเทศ 
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • จัดส่งได้กว่า 220 ประเทศทั่วโลก
  • มีบริการ Door to Door 
  • ฟรีบรรจุภัณฑ์ทุกการจัดส่ง
  • มีบริการเข้ารับพัสดุ

ค่าบริการเริ่มต้นของ DHL Express

  • ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เริ่มต้น 50 บาท 
  • ต่างจังหวัด เริ่มต้น 64 บาท
  • COD มีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 2 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ DHL Express

  • ส่งภายในประเทศ พัสดุถึงปลายทางภายใน 1-3 วัน
  • ส่งระหว่างประเทศ พัสดุถึงปลายทางภายใน 4-11 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ DHL Express

  • วงเงินเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท

7. Lalamove

บริการขนส่ง ขนย้ายในเมืองที่ได้รับความนิยม ให้บริการในกรุงเทพ ปริมณฑล และชลบุรี ผู้เรียกสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันที่สะดวกและรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการได้ง่าย ๆ เลย

จุดเด่นของ Lalamove

  • บริการขนส่งด่วนภายในเมือง 
  • มีบริการขนย้าย สินค้าชิ้นใหญ่ 
  • สามารถเลือกประเภทรถได้หลากหลาย เช่น มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบรรทุก
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)
  • ระบบติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน

ค่าบริการเริ่มต้นของ Lalamove

  • ราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 33 บาท สำหรับการจัดส่งในระยะทางสั้น
  • ราคาจะเพิ่มขึ้นตามระยะทางและประเภทของรถที่เลือกใช้
  • COD มีค่าบริการขั้นต่ำ 30 บาท

ระยะเวลาการจัดส่งของ Lalamove

  • การจัดส่งภายในเมืองถึงปลายทางภายใน 1 ชั่วโมง

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ Lalamove

  • มีการรับประกันความเสียหายของสินค้าตามมูลค่าจริง

8. Ninja Van

บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนสัญชาติประเทศสิงค์โปร์ ให้บริการกว่า 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยเราด้วย แถมมีบริการกำหนดจุดรับส่งสินค้าได้ตามสะดวก พ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์ถูกใจกันถ้วนหน้า 

จุดเด่นของ Ninja Van

  • ให้บริการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ
  • สามารถกำหนดจุดรับและส่งสินค้าได้ตามความสะดวก
  • ฟรีบริการรับพัสดุถึงหน้าบ้าน แบบไม่มีขั้นต่ำ
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)

ค่าบริการเริ่มต้นของ Ninja Van

  • ค่าส่งพัสดุเริ่มต้น 35 บาท กรณีปลายทางอยู่ในพื้นที่ห่างไกลคิดค่าส่งเพิ่มขั้นต่ำ 50 บาท
  • COD มีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 1 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ Ninja Van

  • พัสดุถึงปลายทางภายใน 1-3 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ Ninja Van

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาท 
  • สามารถซื้อประกันความเสียหายเพิ่มได้

9. สปีด-ดี (Speed-D)

บริษัทขนส่งเอกชนที่เปิดให้บริการรับพัสดุ ได้ที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven กว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และครอบคลุมทั่วประเทศ ถือว่าสะดวกสบายมาก ๆ เพียงแค่ร้านค้าไปฝากส่งสินค้าตามเซเว่นใกล้บ้านก็ถึงมือลูกค้าแบบปลอดภัยแล้ว 

จุดเด่นของ สปีด-ดี (Speed-D)

  • มีพื้นที่ให้บริการกว่า 13,000 สาขาทั่วประเทศ
  • สามารถเลือกรับพัสดุได้ทั้งที่บ้าน หรือที่ 7-Eleven สาขาที่สะดวก
  • ติดตามสถานะพัสดุได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าบริการเริ่มต้นของ สปีด-ดี (Speed-D)

  • ส่งพัสดุเองที่สาขา ค่าส่งเริ่มต้น 15 บาท
  • กรณีที่เรียกรับพัสดุที่บ้าน ค่าส่งเริ่มต้น 30 บาท

ระยะเวลาการจัดส่งของ สปีด-ดี (Speed-D)

  • ภายในกรุงเทพและปริมณฑล พัสดุถึงปลายทางภายใน  1-2 วัน
  • พื้นที่ต่างจังหวัด พัสดุถึงปลายทางภายใน  2-4 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ สปีด-ดี (Speed-D)

  • บริษัทชดใช้ความเสียหายให้ตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาท 

10.  Best Express

ปิดท้ายกันที่บริษัทขนส่งสินค้าและพัสดุเอกชนที่โด่งดังในจีน อยู่ภายใต้เครือ Alibaba ที่ Best Express ก็เป็นหนึ่งในขนส่งที่ส่งของเร็ว และมีบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์อย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งขนส่งที่พ่อค้าแม่ค้านิยมใช้กัน

จุดเด่นของ Best Express

  • มีสาขาเปิดให้บริการกว่า 600 แห่งทั่วไทย
  • มีบริการ Drop-off
  • มีบริการ Door to Door รับพัสดุถึงหน้าบ้าน 
  • มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD)

ค่าบริการเริ่มต้นของ Best Express

  • ราคาค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 25 บาท 
  • ส่งพัสดุไปต่างจังหวัดเริ่มต้นที่ 35 บาท
  • COD มีค่าธรรมเนียม 3% จากมูลค่าสินค้า แล้วจะโอนเงินให้เข้าบัญชีร้านค้า ภายใน 1 วัน

ระยะเวลาการจัดส่งของ Best Express

  • การจัดส่งถึงปลายทางภายใน 1-3 วัน

การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหายของ Best Express 

  • มีการรับประกันความเสียหายของสินค้าตามมูลค่าจริง

พนักงานส่งพัสดุจากบริษัทขนส่ง Delivery man from shipping service

เลือกใช้บริษัทขนส่งที่ดีมีควรพิจารณาอะไรบ้าง?

เชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าหลาย ๆ คน ต่างก็ตัดสินใจกันไม่ถูกว่าจะใช้บริการกับขนส่งไหนดี Carry Fulfillment เลยจะมาแชร์สิ่งที่ร้านค้าควรพิจารณาในการเลือกใช้ว่าขนส่งไหนเร็วสุด ปลอดภัยสุด คุ้มค่าสุดสำหรับร้านของคุณ 

  • เรทราคาค่าขนส่งพัสดุที่เหมาะสมกับต้นทุนกับทางร้านค้าของคุณ
  • ระยะเวลาในการส่งสินค้าถึงปลายทาง 
  • มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมและทั่วถึง 
  • ขนส่งที่ให้บริการหลากหลายรูปแบบ
  • มีรับประกันคุ้มครองกรณีพัสดุสูญหายหรือเสียหาย
  • บริษัทขนส่งที่มีบริการ Call Center เพื่อช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ
  • ขนส่งที่สามารถตรวจเช็คพัสดุผ่านทางระบบออนไลน์ ทั้งทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน เพื่อสะดวกทั้งคนส่งและคนรับ

ส่งให้ไวขึ้นอีกขั้นด้วย Fulfillment Service 

หลายร้านอาจคิดว่าแค่เลือกขนส่งที่เร็วที่สุดก็พอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ความเร็วไม่ได้เริ่มที่รถขนส่ง หากเริ่มตั้งแต่ระบบหลังบ้านของร้านต่างหาก

ต่อให้เลือกขนส่ง Next Day ได้ แต่ถ้า แพ็คของช้า / จัดการออเดอร์ไม่ทัน / สต็อกไม่พร้อม สุดท้ายพัสดุก็ออกช้าอยู่ดี และกลายเป็นปัญหาที่กระทบทั้ง SLA คะแนนร้าน และความรู้สึกลูกค้า

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ร้านค้าออนไลน์ที่อยากโตอย่างจริงจัง เลือกใช้ บริการ Fulfillment เป็นตัวช่วยเบื้องหลังความเร็ว

Fulfillment ช่วยร้านเร็วขึ้นยังไงบ้าง?

  • เก็บสต็อกเป็นระบบ ส่งได้เร็วขึ้นจริง สินค้าถูกจัดเก็บไว้ในคลังที่มีระบบและทำเลเหมาะสม เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ก็สามารถหยิบ-แพ็ค-ส่งออกได้ทันที ลดเวลารอ ลดระยะทาง และเพิ่มโอกาสส่งแบบ Same Day หรือ Next Day ได้มากขึ้น
  • แพ็คออเดอร์อัตโนมัติ ลด Human Error ระบบ Fulfillment จะช่วยจัดการออเดอร์แบบเป็นขั้นตอน ลดปัญหาแพ็คผิด ส่งผิด หรือพัสดุตกหล่น ทำให้ร้านสามารถรักษามาตรฐานการจัดส่งได้สม่ำเสมอ แม้ออเดอร์จะเยอะขึ้นก็ตาม
  • เลือกขนส่งที่เร็วและคุ้มที่สุดแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเสียเวลานั่งเทียบราคาเองทีละเจ้า ระบบจะช่วยเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะกับออเดอร์นั้น ๆ ทั้งเรื่องความเร็ว ราคา และปลายทาง ทำให้ร้านได้ “ความไวที่คุ้มที่สุด” ในแต่ละออเดอร์
  • เจ้าของร้านโฟกัสการขายและการตลาดได้เต็มที่ เมื่อหลังบ้านมีคนดูแล ร้านค้าสามารถนำเวลาไปโฟกัสกับสิ่งสำคัญกว่า ไม่ว่าจะเป็นการยิงแอด ปั้นคอนเทนต์ ดูแลลูกค้า หรือวางแผนขยายธุรกิจ โดยไม่ต้องกังวลว่าแพ็คของจะไม่ทัน

ถ้าพ่อค้าแม่ค้าเริ่มรู้สึกว่าออเดอร์เยอะขึ้น แพ็คของไม่ทัน หรืออยากให้ร้านส่งไวขึ้นแบบมืออาชีพ ลองอ่านบทความเหล่านี้เพิ่มเติมได้เลย

ทำไม “ส่งไว” ถึงชนะใจลูกค้าออนไลน์

  • ความเร็วคือปัจจัยตัดสินใจซื้ออันดับต้น ๆ พฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ในปัจจุบันกว่า 70% คาดหวังให้ได้รับสินค้าใน 1–2 วัน หลังสั่งซื้อ โดยเฉพาะสินค้าที่ซื้อซ้ำหรือของใช้ประจำ หากร้านไหนระบุชัดว่า “ส่งเร็ว” มักมีโอกาสปิดการขายได้สูงกว่า
  • SLA กลายเป็นมาตรฐานที่ร้านค้าต้องทำให้ได้ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม e-commerce หลายแห่งกำหนด SLA (Service Level Agreement) ชัดเจน เช่น ต้องแพ็คออเดอร์ภายใน 24 ชั่วโมง ต้องส่งออกจากคลังภายในวันที่กำหนด หากร้านค้าทำตามเกณฑ์ SLA ไม่ได้ อาจถูกลดการมองเห็น ลดคะแนนร้าน หรือพลาดสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญสำคัญ
  • ระยะเวลาจัดส่ง ส่งผลต่อรีวิวและคะแนนร้านโดยตรง ร้านค้าที่จัดส่งเร็ว มีแนวโน้มได้ รีวิว 4–5 ดาวมากกว่าร้านที่ส่งช้า เพราะลูกค้ารู้สึกประทับใจตั้งแต่ประสบการณ์แรก แม้สินค้าจะคุณภาพใกล้เคียงกันก็ตาม
  • ส่งไว = ลูกค้าซื้อซ้ำง่ายขึ้น ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม e-commerce หลายแห่งพบว่า ลูกค้าที่ได้รับของเร็ว มีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำสูงกว่า เพราะรู้สึกมั่นใจว่า “สั่งแล้วไม่ต้องรอ” ซึ่งเป็นจุดได้เปรียบของร้านค้าในระยะยาว
  • ส่งช้า = เสี่ยงโดนยกเลิกออเดอร์ ยิ่งในช่วงแคมเปญหรือ Flash Sale หากร้านแพ็คของไม่ทันหรือส่งช้าเกิน 2–3 วัน โอกาสโดนยกเลิกออเดอร์หรือโดนให้คะแนนต่ำจะสูงขึ้นทันที
  • ร้านค้าที่ใช้ Fulfillment ส่งได้เร็วกว่าโดยเฉลี่ย ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้บริการ Fulfillment มีข้อได้เปรียบเรื่องความเร็ว เพราะระบบแพ็คและจัดส่งเป็นอัตโนมัติ สต็อกพร้อมส่ง ทำให้สามารถส่งพัสดุออกได้ ภายในวันเดียว (Same Day / Next Day) มากกว่าร้านที่จัดการเอง
  • “ส่งไว” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่แค่ทางเลือก จากเดิมที่ลูกค้ายอมรอ 3–5 วัน ปัจจุบันการส่งภายใน 1–2 วัน กลายเป็นความต้องการพื้นฐานไปแล้ว ร้านค้าที่ปรับตัวเร็ว ย่อมได้เปรียบทั้งในด้านยอดขายและภาพลักษณ์แบรนด์

จากตัวเลขและพฤติกรรมผู้บริโภคเหล่านี้ จะเห็นได้ชัดเลยว่า “ความเร็วในการจัดส่ง” ไม่ใช่แค่จุดเสริม แต่กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขายของออนไลน์ในยุคนี้ ร้านค้าที่ส่งไว ย่อมได้เปรียบทั้งเรื่องยอดขาย รีวิว และโอกาสซื้อซ้ำ และนี่เองคือเหตุผลที่หลายร้านหันมาใช้ Fulfillment เพื่อช่วยให้ส่งได้เร็วขึ้นอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขนส่งในไทย

Q: ขนส่งอะไรเร็วสุดสำหรับร้านค้าออนไลน์?

A: ขนส่งที่เร็วที่สุดขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดส่ง หากเป็นการส่งด่วนภายในกรุงเทพ บริการแบบ Same-day อย่าง Lalamove จะเร็วที่สุด ส่วนการส่งพัสดุทั่วประเทศ ขนส่งอย่าง Kerry Express, EMS, Flash Express และ J&T ใช้เวลาประมาณ 1–2 วัน ขณะที่การส่งต่างประเทศที่ต้องการความเร็วสูง DHL Express จะตอบโจทย์มากที่สุด

Q: เลือกขนส่งเร็วอย่างเดียว เพียงพอไหม?

A: ไม่เสมอไป เพราะความเร็วไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนส่งอย่างเดียว หากร้านแพ็คของช้า หรือจัดการออเดอร์ไม่ทัน ต่อให้เลือกขนส่งเร็วแค่ไหน พัสดุก็ออกช้าอยู่ดี การมีหลังบ้านที่เป็นระบบจึงสำคัญไม่แพ้กัน

Q: ทำไมบางร้านส่งได้เร็วกว่า ทั้งที่ใช้ขนส่งเจ้าเดียวกัน?

A: ความต่างอยู่ที่ กระบวนการแพ็คและจัดการออเดอร์ ร้านที่มีระบบหลังบ้านดี หรือใช้ Fulfillment จะสามารถแพ็คและส่งออกได้ทันทีเมื่อมีออเดอร์เข้า ทำให้พัสดุถึงขนส่งเร็วกว่า และลูกค้าได้รับของไวกว่า

Q: SLA คืออะไร และเกี่ยวข้องกับความเร็วในการส่งยังไง?

A: SLA (Service Level Agreement) คือกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มกำหนดให้ร้านค้าต้องแพ็คและส่งออเดอร์ให้ทัน หากทำไม่ทัน SLA ร้านอาจถูกลดคะแนน ลดการมองเห็น หรือพลาดโอกาสเข้าร่วมแคมเปญสำคัญ ดังนั้น ส่งไว ทำ SLA ได้ จึงเป็นเรื่องที่ร้านค้าต้องให้ความสำคัญมาก

Q: Fulfillment ช่วยให้ร้านส่งไวขึ้นจริงไหม?

A: ช่วยได้จริง เพราะ Fulfillment มีทั้งสต็อกพร้อมส่ง ระบบแพ็คออเดอร์อัตโนมัติ และการเลือกขนส่งที่เหมาะสมให้แต่ละออเดอร์ ทำให้ร้านสามารถส่งออกได้ภายในวันเดียวหรือวันถัดไปอย่างสม่ำเสมอ

Q: ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก ควรใช้ Fulfillment หรือยัง?

A: หากเริ่มมีออเดอร์ต่อวันเพิ่มขึ้น แพ็คเองไม่ทัน หรืออยากรักษา SLA ให้ได้ตลอด การใช้ Fulfillment ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก แม้จะเป็นร้านเล็ก ก็ช่วยลดภาระหลังบ้านและทำให้ร้านดูเป็นมืออาชีพขึ้นได้ทันที

Q: ใช้ Fulfillment แล้ว ยังเลือกขนส่งเองได้ไหม?

A: ได้ ระบบ Fulfillment จะช่วยเปรียบเทียบและเลือกขนส่งที่ เร็วและคุ้มที่สุด ให้ตามออเดอร์แต่ละรายการ ร้านไม่ต้องเสียเวลานั่งเลือกเอง แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับต้นทุนและความเร็ว

Q: สรุปแล้ว ร้านค้าควรโฟกัสอะไร ระหว่าง “ส่งไว” กับ “ต้นทุน”?

A: คำตอบคือ ต้องบาลานซ์ทั้งสองอย่าง ร้านที่เติบโตได้ดีในระยะยาว คือร้านที่ส่งไวพอใจลูกค้า คุมต้นทุนได้ และทำ SLA ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการมี Fulfillment เข้ามาช่วยหลังบ้าน จะทำให้ทั้งสามเรื่องนี้ไปด้วยกันได้ง่ายขึ้นมาก


และนี่ก็เป็น 10 ขนส่งยอดฮิตในไทยที่เราคัดมาให้นะครับ ไม่ว่าจะเจ้าไหนก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการและความเหมาะสมต่อธุรกิจของคุณกันได้เลย 

แต่ถ้าหากร้านค้าร้านไหนที่ต้องการเลือกบริษัทที่ช่วยเหลือการจัดการร้านแบบครบวงจร อย่าลืมนึกถึง Carry Fulfillment กันนะครับ เพราะเรามีทั้ง การจัดการ จัดเก็บ และส่งสินค้า ช่วยให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำและราบรื่น สามารถศึกษาบริการของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ