ผู้หญิงขายเสื้อผ้าบน tiktok

การเริ่มต้น ขายของ TikTok คือการเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ผ่านระบบ TikTok Shop เพื่อให้ร้านค้าสามารถลงสินค้า ทำคอนเทนต์วิดีโอ รีวิว หรือไลฟ์สดขายของ และให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้ทันทีจากคลิปโดยไม่ต้องออกจากแอป

จุดเด่นของการขายของบน TikTok คือ การผสาน “คอนเทนต์ + ความบันเทิง + การซื้อขาย” ไว้ในที่เดียว ลูกค้าไม่ได้เข้ามาเพื่อซื้อของอย่างเดียว แต่เข้ามาเพื่อดูคลิปสนุก ๆ และตัดสินใจซื้อจากความรู้สึกจริงในขณะนั้น ทำให้ร้านค้าออนไลน์มีโอกาสปิดการขายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าช่องทางเดิม

ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านเล็ก ร้านใหม่ หรือร้าน e-commerce ที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว TikTok ก็เปิดโอกาสให้เริ่มขายได้ตั้งแต่แบบไม่ต้องสต็อกสินค้า ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และขยายยอดขายด้วยไลฟ์สด

วันนี้ Carry Fullfillment จะพาคุณไปทำความรู้จักการเริ่มต้นขายของบน TikTok ให้มากขึ้น ตั้งแต่ภาพรวมการขาย เทคนิคทำคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดการหลังบ้านให้รองรับยอดขายที่โตขึ้นแบบมืออาชีพ

การขายของในติ๊กตอก คืออะไร

การขายของในติ๊กตอกคือการเปิดร้านเพื่อลงสินค้าเช่นเดียวกับในมาร์เก็ตเพลสอื่น ๆ แต่พิเศษกว่าตรงที่สามารถทำคอนเทนต์หรือคลิปเพื่อโปรโมทสินค้านั้นลงในติ๊กตอกได้ ยิ่งคลิปของคุณน่าสนใจมีคนคลิกเข้ามาชมมากเท่าไร โอกาสในการขายสินค้าชิ้นนั้นก็มากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้นยังสามารถขายของแบบไม่ต้องสต็อกสินค้า โดยทำคลิปเพื่อโปรโมทสินค้าจากร้านค้าอื่นในติ๊กตอกเพื่อรับค่านายหน้าจากการขายสินค้าผ่านคลิปของเราได้ด้วย

ทำไมการขายของ TikTok ถึงโตเร็ว และกลายเป็นช่องทางทำเงินของร้านค้าออนไลน์

ถ้ามองจากตัวเลขตลาด จะเห็นชัดเลยว่า การขายของ TikTok ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่กำลังโตจริงๆ

  • TikTok มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 1,000 ล้านคน และประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีการใช้งานสูงที่สุด
  • ผู้ใช้งาน TikTok ในไทยใช้เวลาเฉลี่ย มากกว่า 90 นาทีต่อวัน ซึ่งสูงกว่าโซเชียลแพลตฟอร์มหลายเจ้า
  • ตลาด Social Commerce ในประเทศไทย เติบโตเฉลี่ย 20–25% ต่อปี และ TikTok Shop เป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนี้
  • ผู้ใช้ TikTok มากกว่า 70% เคยดูคอนเทนต์รีวิวสินค้า และมีแนวโน้ม “ดูแล้วซื้อทันที” โดยไม่ต้องออกจากแอป
  • คอนเทนต์ประเภท Live Commerce ช่วยเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อได้สูงกว่าการขายแบบปกติหลายเท่า เพราะลูกค้าได้เห็นของจริง สอบถาม และรับโปรในไลฟ์ทันที

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า TikTok ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มดูคลิปสนุก ๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็น ช่องทางขายของที่ผสานคอนเทนต์ ความบันเทิง และการซื้อขายไว้ในที่เดียว

สำหรับร้านค้า e-commerce นี่คือเหตุผลว่าทำไม

  • ร้านเล็กก็มีโอกาสแจ้งเกิดได้
  • ร้านใหม่ไม่จำเป็นต้องมีฐานลูกค้าเดิม
  • ร้านที่ทำคอนเทนต์เก่ง สามารถปั้นยอดขายได้แบบก้าวกระโดด

พูดง่าย ๆ คือ ใครเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ TikTok และใช้คอนเทนต์ให้ถูกทาง จะได้เปรียบในสนามแข่งขันนี้มาก

ข้อดีของการขายของในติ๊กตอก

  1. มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

ติ๊กตอกเป็นแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคน และเป็นแหล่งรวมคลิปสั้นที่มีคนใช้งานมากเป็นอันดับ 1 ของไทย จึงมีโอกาสที่มีลูกค้าพบเห็นสินค้าเป็นจำนวนมากผ่านคลิปวิดีโอที่ลง โดยทำเนื้อหาให้มีความน่าสนใจ เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า

  1. สื่อสารกับลูกค้าได้ง่าย

เพราะติ๊กตอกเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พ่อค้าแม่ค้าสามารถพูดคุยกับลูกค้าผ่านทางคอมเมนต์หรือแชทได้ ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดของสินค้าได้อย่างสะดวก และสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้าก่อนกดสั่งซื้อได้ด้วย

  1. สามารถ Live ขายของได้

พ่อค้าแม่ค้าบางคนขายของเก่งแต่ไม่ถนัดการถ่ายรูปหรือทำคลิปวิดีโอ การ Live ขายของผ่านติ๊กตอกก็เป็นอีกวิธีที่พ่อค้าแม่ค้านิยมใช้ เมื่อมีสินค้าจำนวนหนึ่งการไลฟ์ก็จะเป็นทางเลือกที่ดี ลูกค้าชอบที่จะได้เห็นสินค้าแบบ 360 องศา ถามตอบกับพ่อค้าแม่ค้าได้เลยทำให้มั่นใจในการซื้อสินค้า และบางร้านยังมีโปรโมชั่นเฉพาะในไลฟ์ที่ช่วยให้ปิดการขายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

  1. มีคนช่วยขายผ่านโปรแกรมนายหน้า

ติ๊กตอกมีระบบนายหน้าหรือ affiliate ถ้าคุณมีสินค้าและพร้อมที่จะให้ส่วนแบ่งกับ Tiktok creator ก็สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้ โดยครีเอเตอร์คนอื่น ๆ จะทำคลิปเพื่อโปรโมทสินค้าของคุณ พร้อมใส่ลิงก์ให้ผู้ชมคลิกเข้ามาซื้อสินค้าชิ้นนั้นได้โดยตรง และได้รับค่านายหน้าเป็นส่วนแบ่ง ส่วนร้านค้าก็มีหน้าที่แพ็คและจัดส่งสินค้าตามปกติ

แม่ค้าบน tiktok สาธิตการใช้ เครื่องสำอางของร้าน

เริ่มต้นขายของในติ๊กตอกยังไง

เมื่อสนใจจะเริ่มต้นขายของในติ๊กตอกแล้ว ก็มาดูวิธีขายของในติ๊กตอกกันเลย ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีขายของใน Tiktok

  1. สร้างบัญชีติ๊กตอก 

กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน ถ้ามีร้านค้าในแพลตฟอร์มอื่นอยู่แล้ว อย่าลืมใช้ชื่อเดียวกัน เพื่อเป็นการโปรโมทร้านค้าในช่องทางอื่น รวมถึงสร้างการจดจำให้กับลูกค้าด้วย ถ้าหากมีบัญชีติ๊กตอกอยู่แล้วสามารถเริ่มที่ขั้นตอนที่ 2 ได้เลย

  1. เปลี่ยนบัญชีให้เป็นบัญชีธุรกิจ

การเปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจจะทำให้สามารถดูการวิเคราะห์ข้อมูล จำนวนผู้ชมและสถิติของแต่ละคลิปที่เรานำเสนอได้ ทำให้สามารถพัฒนาคอนเทนต์ได้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถซื้อโฆษณาติ๊กตอกเพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชมได้อีกด้วย

  1. สร้างคอนเทนต์

ทำคลิปวิดิโอสำหรับโปรโมทสินค้าลงในช่องของคุณ โดยนำเสนอสินค้าที่ต้องการขาย ประโยชน์ของสินค้า วิธีการใช้งาน หรือรีวิวสินค้าชิ้นนั้น ๆ 

  1. วิเคราะห์ข้อมูลจากสถิติและนำมาปรับปรุงเนื้อหา

ดูสถิติต่าง ๆ ในระบบของ Tiktok ซึ่งจะมีสถิติทั้งยอดรับชมวิดีโอ จำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้น ลักษณะของผู้ติดตามทั้งเพศ อายุและจังหวัด วิดีโอที่เป็นกระแส เวลาที่มีใช้งานมากที่สุด แล้วนำข้อมูลสถิติเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อออกแบบเนื้อหาให้ตรงใจผู้ใช้งานมากที่สุด รวมถึงโพสต์คลิปในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

  1. มีส่วนร่วมกับผู้ใช้

ต้องไม่ลืมเข้าไปตอบคอมเมนต์หรือทักทายผู้ใช้งานที่เข้ามาคอมเมนต์หรือโต้ตอบใต้คลิป เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และไปดูคลิปของผู้ใช้คนอื่น รวมถึงคอมเมนต์โต้ตอบ เพื่อให้ผู้ใช้ Tiktok ได้เห็นร้านค้าของคุณ

ขายของใน Tiktok เสียค่าอะไรบ้าง

1. ค่าคอมมิชชั่น

ร้านค้าต้องเสียค่าคอมมิชชั่น 5.35% ให้กับติ๊กตอก โดยคำนวณจากยอดที่หักส่วนลดแล้ว ซึ่งค่าคอมมิชชั่นจะถูกหักโดยอัตโนมมัติหลังจากลูกค้าได้รับสินค้าและยอมรับสินค้าแล้ว

2. ค่าจัดส่ง 

ถ้าใช้บริการจัดส่งของติ๊กตอกร้านค้าจะต้องเสียค่าธรรมเนียม โดยค่าจัดส่งจะคิดตามน้ำหนัก และพื้นที่ต้นทาง ปลายทางที่ทำการจัดส่ง เริ่มต้นที่ 27 บาท โดยลูกค้าจะต้องจ่ายค่าจัดส่งพร้อมกับค่าสินค้า ส่วนร้านค้าคิดค่าจัดส่งจากลูกค้าหรือจัดส่งฟรีก็ได้ แต่ต้องชำระค่าบริการจัดส่งให้กับติ๊กตอก

3. ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ

สำหรับคำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์ จะมีการคิดค่าธรรมเนียม 3.21% หรือขั้นต่ำ 12 บาท 

วิธีขายของใน TikTok ให้ปัง

แม่ค้าถ่ายวิดีโอโชว์กระเป๋าของที่ร้าน

เมื่อเปิดร้านขายของใน Tiktok แล้ว ก็มาดูวิธีของขายใน Tiktok ให้ปัง ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่นำไปทำตามได้เลย

สร้างตัวตนใน TikTok

สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ใส่ความเป็นตัวเองลงไปให้ดูเป็นธรรมชาติ และคอยวิเคราะห์สถิติอยู่เสมอ เพื่อทำคลิปให้ตรงใจกลุ่มลูกค้า อย่าเน้นขายของอย่างเดียว เพราะจะทำให้ผู้ชมเบื่อได้ ควรนำเสนอคอนเทนต์อื่น ๆ ที่น่าสนใจด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจ หากสอดแทรกสินค้าได้ก็นำเสนอไปแบบเนียน ๆ 

ทำคอนเทนต์สม่ำเสมอ

ทำคลิปสั้น ๆ และโพสต์ในติ๊กตอกอย่างน้อย 1-3 โพสต์ต่อวัน เพื่อเปิดการมองเห็น บางคนมีเวลาถ่ายคลิปไม่มากก็สามารถใช้เอฟเฟคในแอปพลิเคชั่นติ๊กตอกมาช่วยให้คลิปดูน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ พากย์เสียง หรือเอฟเฟคภาพอื่น ๆ ก็มีให้เล่นมากมาย 

เนื้อหาต้องกระชับ สั้น น่าติดตาม

Tiktok เป็นแพลตฟอร์มที่ต้องลงคลิปวิดีโอสั้น ดังนั้นต้องทำให้คลิปกระชับ น่าสนใจในระยะเวลาที่จำกัด หรือนำเสนอผลลัพธ์ที่แตกต่างเพื่อดึงดูดใจลูกค้า หากยาวหรือยืดเยื้อเกินไปผู้ชมก็จะปัดผ่านไปแบบง่าย ๆ 

อย่าลืมใส่ Hashtag เพื่อช่วยการเข้าถึง

ลองเลือกใช้ Hashtag ที่กำลังได้รับความนิยม ลองเสิชดูแท็กที่กำลังได้รับความนิยมในช่องการค้นหาของติ๊กตอก แล้วเลือกใช้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องและมีผู้เข้าชมเยอะ 

เข้าร่วมแคมเปญกับติ๊กตอก

ติ๊กตอกมีการจัดแคมเปญอย่างสม่ำเสมอทั้งส่วนลด หรือจัดส่งฟรี และยังมีแคมเปญให้ครีเอเตอร์เข้าร่วมเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ดังนั้นร้านค้าก็ควรสร้างคอนเทนต์และเข้าร่วมแคมเปญเหล่านั้นเพื่อให้ผู้ใช้งานติ๊กตอกเห็นคลิปของเราเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายของด้วย

ซื้อโฆษณากับ Tiktok

เมื่อเปิดบัญชีธุรกิจแล้วสามารถซื้อโฆษณาหรือยิงแอดกับ Tiktok ได้ ทำให้คอนเทนต์มีโอกาสเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก และมีรูปแบบโฆษณาให้เลือกหลากหลาย โดยโฆษณาบนติ๊กตอกจะแสดงเหมือนคอนเทนต์อื่น ๆ และโต้ตอบกับผู้คนได้ตามปกติ

ใช้ TikTok Live ขายของให้ปัง

TikTok Live ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีขายของที่ได้รับความนิยมสูงมากในปีที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มว่าจะไม่ตกเทรนด์ในเร็ว ๆ นี้ เพราะการไลฟ์สด เพราะสามารถสร้างความใกล้ชิดระหว่างร้านค้ากับลูกค้าได้โดยตรง ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น และยังสามารถปิดการขายได้ในขณะไลฟ์เลยทันที

อ่านต่อ: 

8 เทรนด์คอนเทนต์ TikTok ที่ขายดีในปี 2025

ในปี 2025 TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่คนใช้เพื่อความบันเทิง และ เพื่อค้นหาสินค้าที่น่าซื้อ ไปพร้อมกัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอนเทนต์ที่ขายของแบบแนบเนียน เข้าใจง่าย และน่าสนใจ ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับร้านค้าที่อยากเพิ่มยอดขายและทำคลิปให้ปัง มาดูกันว่าเทรนด์คอนเทนต์ไหนในปีนี้ที่คนดูมีแนวโน้มจะ ติด และ กดซื้อ มากที่สุด

1. รีวิว Before & After เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

คอนเทนต์แนวนี้เหมาะมากกับสินค้าที่มีผลลัพธ์ชัดเจน เช่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ

การเปรียบเทียบแบบ “ก่อนใช้” และ “หลังใช้” ช่วยให้คนดูเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะภาพมันฟ้องชัดเจนกว่าคำพูด

คอนเทนต์แกะกล่อง unboxing

2. คลิปแกะกล่อง (Unboxing) ของจริงให้ดู

คลิปแนว แกะกล่อง เป็นอีกคอนเทนต์ที่ดูง่ายและทำไม่ยาก แค่ใช้มือถือถ่ายตอนเปิดกล่องจริง ๆ และพูดเล่าความรู้สึกไปพร้อมกัน โดยเฉพาะสินค้าที่มีแพ็กเกจสวย หรือใส่ของแถมให้ลูกค้า ก็จะยิ่งสร้างความประทับใจ

ลูกค้ามักจะอยากรู้ว่า “ในกล่องมีอะไรบ้าง” หรือ “ถ้าสั่งของจากร้านนี้ จะได้อะไรจริงหรือเปล่า?” การที่เราทำคลิป Unbox เอง จะช่วยลดความลังเลของลูกค้าได้มาก

Tips เพิ่มยอด: ใส่ของขวัญ ของแถมเล็ก ๆ หรือข้อความพิเศษให้ลูกค้า แล้วถ่ายตอนแกะกล่องไปด้วย จะเพิ่มความประทับใจ และมีโอกาสให้ลูกค้ากลับมารีวิวได้อีกด้วย

3. คลิปสาธิตการใช้งาน (How-to หรือ Demo)

ไม่ว่าคุณจะขายของอะไร ลูกค้ามักมีคำถามในใจเสมอว่า “ใช้ยังไง?”, “ดีจริงมั้ย?”, “เหมาะกับเราหรือเปล่า?” คอนเทนต์แนวสาธิตวิธีใช้สินค้า จึงตอบโจทย์มาก เพราะนอกจากช่วยให้คนเข้าใจสินค้าแล้ว ยังช่วยปิดการขายได้เร็วขึ้นด้วย

ตัวอย่างแนวคลิป:

  • ใช้ยังไง? / ทำความสะอาดยังไง?
  • ใช้แล้วเห็นผลเมื่อไหร่?
  • ใช้กับอะไรได้บ้าง?

4. รีวิวจากประสบการณ์จริง (User Story / ใช้เองจริง)

ลูกค้าสมัยนี้อยากดูของจริงและประสบการณ์จริงมากกว่าคำโฆษณา ดังนั้นคลิปรีวิวที่ถ่ายจากมุมของผู้ใช้จริง ไม่จำเป็นต้องเนี๊ยบ แต่เน้นเล่าประสบการณ์ว่าใช้แล้วรู้สึกยังไง เหมาะกับใคร และมีอะไรที่ต้องรู้ก่อนใช้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าได้อย่างมาก

5. คอนเทนต์แนวให้ความรู้ / แก้ปัญหา

ลองเปลี่ยนจากการ “ขายของ” มาเป็น “ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า” เช่น ถ้าขายหมอน ก็ทำคลิปอธิบายว่า นอนไม่หลับเกิดจากอะไร? หมอนแบบไหนช่วยได้? หรือถ้าขายกล่องเก็บของ ก็อธิบายว่า ทำไมบ้านถึงรกง่าย? แล้วกล่องที่มีฝาปิดแบบนี้ช่วยยังไง? 

คอนเทนต์แนวนี้จะช่วยให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้าอยากรู้ต่อโดยไม่รู้ตัวได้ง่าย ๆ 

6. คอนเทนต์เปรียบเทียบ (เทียบสินค้า / เทียบราคา)

ถ้าคุณขายสินค้าที่มีหลายรุ่น หลายขนาด หรือราคาต่างกัน ลองทำคอนเทนต์แนวเปรียบเทียบสินค้าให้เห็นกันจะจะ เช่น “แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ 350ml vs 600ml แบบไหนเหมาะกับใคร?” หรือ “รีวิวลิปบาล์ม 2 แบรนด์ดัง สีไหนใช้แล้วปากดูสุขภาพดีกว่า?”

คนดูชอบคลิปเปรียบเทียบแบบนี้ เพราะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรเลือกอะไร ที่สำคัญคือ ถ้าเราสามารถพูดแบบกลาง ๆ ตรงไปตรงมา ไม่อวยเกินไป คนจะยิ่งเชื่อใจแบรนด์ของเรามากขึ้น และหากในคลิปมีการแนบลิงก์สินค้าให้เลือกซื้อได้เลย ก็ยิ่งช่วยให้ปิดการขายได้ไวกว่าเดิม

7. คอนเทนต์ตามเทรนด์เสียง เพลง และเอฟเฟกต์ฮิต

TikTok ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมเสียงฮิต เพลงไวรัล และเอฟเฟกต์ที่คนใช้กันทั่วโลก ถ้าร้านค้าสามารถหยิบเทรนด์เหล่านี้มาใช้กับคอนเทนต์ของตัวเองได้ ก็มีโอกาสที่วิดีโอจะถูกดันขึ้นหน้า For You มากขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น การใช้เพลงดังแนวตลก แล้วแปะข้อความบนคลิปเล่าว่า “ตอนเห็นของในตะกร้าหลังไลฟ์เมื่อคืน…”

สิ่งสำคัญคือ ต้องเอาเทรนด์มาดัดแปลงให้เข้ากับสินค้าเรา ให้ได้อย่างแนบเนียน เช่น

  • ใช้เสียงฮิตเลียนแบบอารมณ์ลูกค้าตอนเจอโปรลดราคา
  • ทำมุกตลกเกี่ยวกับปัญหาของลูกค้า แล้วจบด้วยโชว์สินค้าเป็นทางออก
  • แคปชันต้องชวนกดติดตาม หรือทิ้งท้ายให้อยากดูคลิปต่อ ๆ ไป

แม้คอนเทนต์แบบนี้จะไม่เน้นขายตรง แต่ก็สามารถสร้างการมองเห็น (reach) ได้มาก จนทำให้มีคนกลับมาติดตามและซื้อสินค้าในภายหลังได้ง่าย ๆ 

8. เล่าเบื้องหลังว่าทำไมถึงเลือกขายสิ่งนี้

ถ้าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ หรือเจ้าของร้านที่เริ่มต้นทุกอย่างเอง ลองแชร์เรื่องราวเบื้องหลังว่า “ทำไมถึงเริ่มขายสินค้านี้” หรือ “จุดเริ่มต้นคืออะไร” บอกเลยว่าคนดูชอบฟังมาก คอนเทนต์ที่มาจากความรู้สึกจริง จะทำให้ร้านของเราดูมีตัวตนและน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่ร้านที่ขายของแบบไร้หน้าตา โดยเฉพาะสินค้าแนวดูแลสุขภาพ ความงาม ของใช้ในบ้าน หรือแม่ค้าออนไลน์ที่เริ่มจาก 0 การเล่าความตั้งใจ จะช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้ดีมาก


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายของ TikTok

Q: ขายของ TikTok คืออะไร

A: การขายของ TikTok คือการเปิดร้านและลงขายสินค้าผ่านระบบ TikTok Shop บนแพลตฟอร์ม TikTok โดยใช้คอนเทนต์วิดีโอหรือไลฟ์สดเป็นตัวช่วยดึงดูดลูกค้า และให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้ทันทีจากในแอป

Q: ขายของใน TikTok ต้องมีสินค้าเองไหม

A: ไม่จำเป็น หากไม่อยากสต็อกสินค้า สามารถเริ่มจาก TikTok Affiliate ด้วยการทำคลิปรีวิวสินค้าและรับค่านายหน้า โดยร้านต้นทางจะเป็นผู้จัดการเรื่องแพ็คและจัดส่งให้ทั้งหมด

Q: ขายของในติ๊กตอก ไม่ต้องลงทุนต้องทำยังไง

A: ทุกคนสามารถเริ่มขายของในติ๊กตอกได้โดยไม่ต้องลงทุน เพียงแค่เข้าร่วม Affiliate program กับติ๊กตอก แล้วเลือกสินค้าจากตลาดสินค้าบนติ๊กตอก เพื่อดูค่านายหน้าและเพิ่มสินค้าเข้ามาที่ร้านของคุณ แล้วจากนั้นก็เริ่มทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมทสินค้าชิ้นนั้น ๆ ได้เลย โดยค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นจะได้รับส่วนแบ่งตามที่แต่ละร้านค้ากำหนด ซึ่งมีตั้งแต่ 5-30% เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าจากหน้าตะกร้าสินค้าของคุณ ร้านค้าก็จะได้รับคำสั่งซื้อและจัดส่งตามปกติ และเราก็รอรับค่านายหน้าเมื่อคำสั่งซื้อนั้นเสร็จสมบูรณ์

Q: ขายของในติ๊กตอก ส่งของยังไง

A: เมื่อได้รับคำสั่งซื้อแล้ว ร้านค้าต้องทำการแพ็คและเตรียมจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า โดยแพ็คสินค้าลงกล่องให้เรียบร้อยเหมาะสม และติดป้ายการจัดส่งที่มีข้อมูลชื่อและที่อยู่ลูกค้า หมายเลขคำสั่งซื้อ ชื่อและที่อยู่ของผู้ขาย พร้อมบาร์โค้ดจากผู้ให้บริการจัดส่ง และจัดส่งตามช่องทางที่ผู้ขายเลือก คือ ให้ผู้บริการจัดส่งเข้ารับ หรือ นำไปส่งที่สาขา โดยผู้ขายต้องจัดส่งสินค้าภายใน 2 วันหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ 

อ่านต่อ: ขายของใน TikTok ส่งของยังไง เลือกขนส่งเองได้ไหม? ตอบครบในที่เดียว 

Q: ขายของในติ๊กตอกกี่วันได้เงิน

A: เมื่อเริ่มต้นเปิดร้านขายของในติ๊กตอกจะต้องใช้เวลาหลังจากที่คำสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ 8 วัน เงินจึงจะเข้าสู่บัญชีติ๊กตอกของคุณ แต่สำหรับร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติของติ๊กตอก คือผ่านช่วงทดลองใช้งานร้านใหม่ และมียอดซื้อขายตรงตามเงื่อนไขของติ๊กตอกเงินจะเข้าสู่บัญชีติ๊กตอกภายใน 4 วัน ซึ่งติ๊กตอกจะประเมินคุณสมบัติของร้านค้าทุกเดือน หากคุณสมบัติไม่ตรงในรอบถัดไปจะต้องใช้เวลา 8 วันเหมือนเดิม

เมื่อยอดเงินเข้าสู่บัญชีผู้ขายในติ๊กตอกแล้ว ร้านค้าจึงสามารถถอนเงินออกมาได้ด้วยตนเองหนึ่งครั้งในทุก 24 ชั่วโมง หรือเลือกตั้งค่าการถอนอัตโนมัติได้ โดยเงินจะถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารของผู้ขายทุกวันพุธ และยังสามารถถอนเงินด้วยตนเองได้ทุก 24 ชั่วโมงด้วย

มีหน้าร้านใน TikTok แล้ว หลังร้านก็อย่าลืมจัดการให้มืออาชีพเหมือนกัน!

บริการ fulfillment จาก Carry Fulfillment

เพราะการขายของใน TikTok ไม่ได้จบแค่โพสต์คลิปสนุก ๆ หรือไลฟ์ให้คนกด CF กันรัว ๆ แต่เบื้องหลังทุกออเดอร์คือการจัดการที่ซับซ้อน ทั้งการแพ็คของให้ไว ส่งให้ทัน จัดสต๊อกให้เป๊ะ แถมยังต้องตอบแชทลูกค้าให้ทันใจในทุกวัน ซึ่งถ้าร้านคุณกำลังโต หรือมีแผนจะไลฟ์ขายของบ่อยขึ้น บอกเลยว่ายิ่งต้องมีระบบหลังบ้านที่มั่นคงและพร้อมรองรับ

ให้ Carry Fulfillment ช่วยดูแลหลังร้านแทนคุณแบบครบวงจร! ตั้งแต่รับของ แพ็คของ ส่งของ ไปจนถึงเชื่อมระบบกับ TikTok Shop และแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่าง Shop, Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ของคุณ ทุกอย่างจะถูกจัดการผ่านระบบอัตโนมัติ แม่นยำ และรวดเร็ว! เราพร้อมช่วยให้ร้านค้าประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และจัดการออเดอร์ได้แบบมืออาชีพ ไม่ว่าคุณจะขายได้หลักสิบหรือหลักพันออเดอร์ต่อวัน

พร้อมให้คุณโฟกัสกับการสร้างคอนเทนต์ ขยายยอดขาย และเติบโตบน TikTok ได้อย่างเต็มที่ เพราะหน้าร้านต้องปัง หลังร้านก็ต้องเป๊ะไม่แพ้กัน! สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ที่นี่เลย

อ่านต่อบทความที่เกี่ยวข้อง: