บริษัทส่งของไปต่างประเทศ

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์ไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศอีกต่อไป เพราะลูกค้าหลายคนเริ่มสั่งสินค้าจากต่างประเทศกันมากขึ้น ทำให้เจ้าของร้าน e-commerce หลายร้านเริ่มมองหาโอกาสในการขยายตลาดไปต่างประเทศกันมากกว่าเดิม และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ผู้ให้บริการด้านขนส่ง” หรือ บริษัทส่งของไปต่างประเทศที่ไว้ใจได้นั่นเอง

แต่ปัญหาคือผู้ให้บริการมีเยอะมาก แต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นต่างกัน บางเจ้าส่งไว บางเจ้าค่าส่งคุ้ม บางเจ้ามีบริการช่วยเรื่องเอกสาร ศุลกากร หรือระบบติดตามพัสดุแบบครบๆ ทำให้หลายคนไม่รู้จะเริ่มเลือกจากตรงไหนดีวันนี้ Carry Fulfillment เลยรวมบริษัทส่งของไปต่างประเทศยอดนิยมมาให้ครบ พร้อมสรุปจุดเด่นของแต่ละเจ้า รวมถึงวิธีเลือกขนส่งให้เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ เพื่อช่วยให้ส่งของได้ง่ายขึ้น ลูกค้าประทับใจมากขึ้น และขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้แบบลื่นไหลกว่าเดิม


ทำไมตลาดส่งของไปต่างประเทศถึงโตขึ้นเรื่อยๆ ?

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด Cross-border eCommerce หรือการขายสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศ เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจส่งของไปต่างประเทศและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าออนไลน์และ SME ที่เริ่มขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศมากขึ้น

ข้อมูลตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดขนส่งระหว่างประเทศ

  • ตลาด Cross-border eCommerce ทั่วโลก มีมูลค่ามากกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 25% ต่อปี
  • ปัจจุบันมีผู้บริโภคมากกว่า 57% ที่เคยสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาด eCommerce มีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ และไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็ว
  • สินค้าจากไทยที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหารแห้ง สินค้าแฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์
  • ลูกค้ากว่า 80% ให้ความสำคัญกับ “ระยะเวลาการจัดส่ง” ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์
  • ผู้บริโภคจำนวนมากพร้อมจ่ายค่าส่งเพิ่ม หากสามารถจัดส่งได้เร็วและติดตามพัสดุได้แบบ Real-time
  • Marketplace ระดับโลกอย่าง Amazon, eBay และ TikTok Shop เริ่มรองรับระบบขายข้ามประเทศมากขึ้น ทำให้ร้านค้าไทยเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายกว่าเดิม

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันการขนส่ง ไม่ได้เป็นแค่ขั้นตอนหลังการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสบการณ์ลูกค้า ความน่าเชื่อถือของร้านค้า และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจออนไลน์โดยตรง

โดยเฉพาะร้านค้า e-commerce ที่ต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศ การเลือกผู้ช่วยด้านโลจิสติกส์ที่ดี ก็จะช่วยให้ทั้งเรื่องต้นทุน ความเร็ว และการจัดการหลังบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะครับ


รวมบริษัทส่งของไปต่างประเทศ

บริษัทขนส่ง DHL

1. ส่งของไปต่างประเทศโดย DHL 

สำหรับการส่งของไปต่างประเทศ DHL ถือเป็นผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและมีชื่อเสียงมายาวนาน มีประสบการณ์กว่า 40 ปี โดยเฉพาะเรื่องบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งการให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าแบบบริษัท 

สำหรับการขนส่งมีให้เลือกทั้งรูปแบบทางเรือ ทางอากาศ และทางรถไฟ ครอบคลุมกว่า 220 ประเทศทั่วโลก ทั้งการขนส่งของไปต่างประเทศและการขนส่งในประเทศ ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก 


2. ส่งของไปต่างประเทศโดย UPS 

อีกหนึ่งบริษัทขนส่งระดับโลกก็คือ UPS นั่นเอง ซึ่งเป็นบริษัทและไปรษณีย์เอกชนรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา โดยบริการของบริษัท UPS ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังส่งของไปต่างประเทศทั้งแบบล็อตใหญ่เป็นพาเลตหรือเป็นตู้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงสินค้าทั่วไปที่ต้องมีการเคลียสินค้าที่ศุลกากร UPS ก็มีความเชี่ยวชาญไม่แพ้เจ้าอื่น ๆ นอกจากนี้ลูกค้าสามารถจองให้ไปรับสินค้าผ่านทางคอลเซ็นเตอร์และออนไลน์ได้อีกด้วย 


พนักงานขนส่งกำลังจัดการพัสดุ

3. ส่งของไปต่างประเทศโดย FedEx

อีกหนึ่งชื่อที่คุ้นหูคนไทยเรื่องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศก็คือ FedEx ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 25 ปี แต่เดิมดำเนินการที่ประเทศญี่ปุ่นและจีน ก่อนจะขยายสาขาไปทั่วโลก สำหรับการขนส่งสินค้า มีบริการที่ทั่วถึง 220 ประเทศทั่วโลก มีรูปแบบการจัดส่งให้เลือกทั้งแบบด่วนที่มีให้เลือกแยกย่อยอีก เช่น FedEx International Priority® Express เป็นการส่งภายใน 1-2 วันทำการและส่งภายในเที่ยงวัน สำหรับพัสดุที่ต้องการความไวพิเศษ เป็นต้น นอกจากการจัดส่งสินค้าแล้วยังมีบริการด้านคลังสินค้า ด้านศุลกากร และการกระจายสินค้าอีกด้วย 


4. ส่งของไปต่างประเทศโดย Fast Ship

หากใครที่กำลังต้องการส่งของไปต่างประเทศ บริษัท Fast Ship เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยสโลแกน รับทั่วไทย ส่งไกลทั่วโลก ซึ่งรูปแบบของบริการ Fast Ship จะเป็นการเชื่อมต่อกับบริการขนส่งชั้นนำระดับโลก เช่น UPS, DHL, FedEx ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกได้เอง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Marketplace เจ้าดังทั่วโลก เช่น ebay, Amazon อีกด้วย 


พนักงานขนส่งกำลังขนย้ายพัสดุ

5. ส่งของไปต่างประเทศโดย Ezy Express

สำหรับ Ezy Express เป็นอีกหนึ่งบริการที่ราคาถูกและเข้ารับของถึงที่ แถมยังสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีการเชื่อมต่อกับบริษัทขนส่งเจ้าใหญ่ทั้ง UPS, DHL, FedEx และอื่น ๆ ทำให้มีตัวเลือกในการจัดส่งสินค้าด่วน ส่งสินค้าแบบปกติ หรือส่งไปรษณีย์ไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริการ Ezy Ship เป็นขนส่งทางเรือที่ให้บริการตั้งแต่การเข้ารับสินค้า ไปจนถึงการจัดการด้านเอกสาร


6. ส่งของไปต่างประเทศโดย SME Shipping

ส่งของไปต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยบริการขนส่งของ SME Shipping ที่ให้บริการมาแล้วกว่า 12 ปี และส่งของไปได้กว่า 200 ประเทศทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งของไปต่างเทศ ทั้งสินค้าน้ำหนักน้อยไปจนถึงของขนาดใหญ่ มีการขนส่งทั้งทางเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ พร้อมบริการรับและส่งสินค้าแบบ Door to door และยังเป็นพันธมิตรกับบริษัทขนส่งขนาดใหญ่อย่าง DHL, FedEx อีกด้วย 


พนักงานขนส่งกำลังส่งมอบพัสดุ

7. ส่งของไปต่างประเทศโดย ไปรษณีย์ไทย 

สำหรับไปรษณีย์ไทยนอกจากเราจะคุ้นเคยกับการส่งของภายในประเทศแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังมีบริการส่งสินค้าไปต่างประเทศที่ครอบคลุมกว่า 225 ประเทศทั่วโลก ลองรับน้ำหนักถึง 30 กิโลกรัมต่อชิ้น และมีช่องทางในการขนส่งให้เลือก 2 รูปแบบคือ ทางอากาศ (Air) และทางภาคพื้น (Surface) อัตราค่าบริการก็จะแตกต่างกันออกไป ระยะเวลาในการจัดส่งจะอยู่ที่ 2-25 วันทำการ 

ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยยังมีบริการพิเศษชื่อว่า Courier Lite ที่ให้บริการในการส่งของไปต่างประเทศเช่น ของแห้ง อาหารแห้ง เครื่องสำอาง โดยจะจัดส่งไปยังปลายทาง 33 ประเทศด้วยกัน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงค์โปร ใครที่ใช้บริการก็สามารถติดตามผลได้ผ่านระบบอีกด้วย 


วิธีเลือกบริษัทส่งของไปต่างประเทศให้เหมาะกับร้านค้าออนไลน์

ผู้ใช้กำลังติดตามพัสดุ

จริงๆ แล้วการเลือกบริษัทขนส่ง ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าเจ้าไหนดีสุดเพราะแต่ละร้านก็มีความต้องการต่างกัน บางร้านเน้นส่งไว บางร้านอยากคุมต้นทุน หรือบางร้านอาจต้องการบริการช่วยดูแลเรื่องเอกสารและศุลกากรเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรดูหลักๆ ได้แก่:

  • ประเทศปลายทางที่รองรับ
  • ระยะเวลาจัดส่ง
  • ค่าส่งและค่าบริการเพิ่มเติม
  • ระบบติดตามสินค้า
  • การรับประกันสินค้า
  • ความสะดวกในการเรียกรับสินค้า
  • การเชื่อมต่อกับ Marketplace หรือระบบหลังบ้าน

ถ้าร้านเริ่มมีออเดอร์จำนวนมาก การเลือกพาร์ตเนอร์ที่ช่วยจัดการทั้งเรื่องคลังสินค้า แพ็กสินค้า และขนส่งได้ครบ จะช่วยลดภาระหลังบ้านได้เยอะมาก


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริษัทส่งของไปต่างประเทศ

Q: ส่งของไปต่างประเทศบริษัทไหนดี?

A: ถ้าต้องการส่งด่วน DHL และ FedEx ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยม ส่วนร้านค้าออนไลน์ที่อยากเปรียบเทียบราคาหลายเจ้า Fast Ship หรือ SME Shipping ก็ใช้งานสะดวกเช่นกัน

Q: ส่งของไปต่างประเทศใช้เวลากี่วัน?

A: โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2-15 วัน ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง รูปแบบการขนส่ง และขั้นตอนศุลกากร

Q: ส่งของไปต่างประเทศต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

A: ส่วนใหญ่จะใช้ข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ รายละเอียดสินค้า และเอกสารศุลกากร ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมแตกต่างกัน

Q: ร้านค้าออนไลน์ควรเลือกขนส่งแบบไหน?

A: ควรเลือกจากประเภทสินค้า งบประมาณ และปริมาณออเดอร์ หากมีออเดอร์จำนวนมาก ควรเลือกบริการที่ช่วยจัดการหลังบ้านได้ครบมากขึ้น

Q: ส่งอาหารหรือเครื่องสำอางไปต่างประเทศได้ไหม?

A: สามารถส่งได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อน เพราะสินค้าบางประเภทอาจมีข้อจำกัดด้านการนำเข้า


Carry Fulfillment ตัวช่วยร้านค้าออนไลน์ที่อยากขยายตลาดไปต่างประเทศ

บริการ fulfillment จาก Carry Fulfillment

จะเห็นได้ว่าตลาดส่งของไปต่างประเทศกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศมากขึ้น ทำให้ร้านค้า e-commerce มีโอกาสขยายฐานลูกค้าไปได้ไกลกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ขายในไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้ง่ายขึ้นผ่าน Marketplace และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

ขณะเดียวกันระบบขนส่ง ก็กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะลูกค้าสมัยนี้ไม่ได้ดูแค่สินค้าอย่างเดียว แต่ยังคาดหวังเรื่องการจัดส่งที่รวดเร็ว ติดตามสถานะได้ และได้รับของตรงเวลาอีกด้วย ดังนั้นการเลือกบริษัทส่งของไปต่างประเทศที่เหมาะกับธุรกิจ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสปิดการขาย และช่วยให้ร้านค้าเติบโตได้ในระยะยาว

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่เริ่มมีออเดอร์เยอะขึ้น หรือกำลังวางแผนขยายตลาดไปต่างประเทศ Carry Fulfillment ก็พร้อมช่วยดูแลหลังบ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่จัดเก็บสินค้า แพ็กสินค้า ไปจนถึงประสานงานด้านขนส่ง ช่วยให้ร้านค้าจัดการออเดอร์ได้ง่ายขึ้น ลดความวุ่นวายในการทำงาน และมีเวลาไปโฟกัสกับการขายหรือขยายธุรกิจได้เต็มที่มากขึ้นครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ที่นี่เลยครับ!

อ่านต่อ: