Lazada Seller คือ ผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ที่สามารถบริหารจัดการร้านค้าได้ผ่านระบบ Lazada Seller Center ไม่ว่าจะเป็นการลงสินค้า เช็กสต๊อก หรือจัดการออเดอร์ ก็ทำได้ครบในที่เดียว ช่วยให้การขายของออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่อยากขยายฐานลูกค้า การเป็น Lazada Seller ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเปิดโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงลูกค้าจำนวนมหาศาลกว่า 600 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้ Carry Fulfillment พาคุณไปทำความรู้จัก Lazada Seller ให้มากขึ้น ตั้งแต่การเริ่มต้นขาย ไปจนถึงการเข้าใจระบบหลังบ้าน Lazada แบบครบจบ เหมาะสำหรับร้านค้า e-commerce ที่อยากเริ่มต้น หรือกำลังมองหาวิธีขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมืออาชีพ


Lazada Seller คืออะไร?

Lazada Seller คือ ผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada หรือพูดง่ายๆ คือเจ้าของร้านค้าที่นำสินค้าไปวางขายใน Marketplace อย่างลาซาด้า โดยสามารถเปิดร้านออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตัวเอง

จุดเด่นของการเป็น Lazada Seller คือ ร้านค้าสามารถใช้ระบบของ Lazada ในการบริหารจัดการทุกอย่างได้ครบ ตั้งแต่การลงสินค้า ตั้งราคา ไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง ผ่านระบบหลังบ้านที่เรียกว่า Lazada Seller Center

ซึ่งระบบนี้เปรียบเสมือนศูนย์ควบคุมร้านค้า ที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถดูแลร้านได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • เพิ่มและแก้ไขสินค้า
  • เช็กและอัปเดตสต๊อก
  • จัดการออเดอร์แบบเรียลไทม์
  • ดูยอดขายและรายงานต่างๆ

นอกจากนี้ Lazada ยังมีเครื่องมือช่วยขาย (Marketing Tools) และระบบสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถเริ่มต้นและขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น

ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรขายของใน Lazada?

  • เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค Lazada ดำเนินธุรกิจใน 6 ประเทศ และเข้าถึงผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 600 ล้านคน ทำให้ร้านค้าสามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างกว่าการขายผ่านช่องทางเดิมหลายเท่า
  • อีคอมเมิร์ซในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ตลาด e-commerce ไทยมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี และยังเติบโตเฉลี่ยประมาณ 8–10% ต่อปี ทำให้ Marketplace อย่าง Lazada ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้
  • ลดต้นทุนเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ การเปิดร้านบน Lazada แทบไม่ต้องลงทุนระบบเอง (เช่น เว็บไซต์, ระบบจัดการออเดอร์) ซึ่งปกติอาจมีต้นทุนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
  • เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าในช่วงแคมเปญใหญ่ แคมเปญ Double Day (เช่น 9.9, 10.10, 11.11) มักมี Traffic เพิ่มขึ้นหลายเท่า และบางร้านสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าปกติถึง 2–5 เท่า ในช่วงโปรโมชั่น
  • รองรับออเดอร์จำนวนมากได้จริง Marketplace อย่าง Lazada ถูกออกแบบให้รองรับออเดอร์จำนวนมากระดับหลักพัน–หลักหมื่นออเดอร์ต่อวัน เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการ scale ธุรกิจ
  • เพิ่ม Conversion จากความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อสินค้าบน Marketplace มากขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์มใหญ่ที่มีระบบรีวิวและการคุ้มครองผู้ซื้อ ช่วยเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อ (Conversion Rate) ได้ดีกว่าช่องทางทั่วไป
lazada seller

วิธีสมัคร Lazada Seller เริ่มต้นขายได้ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

ใครที่อยากเริ่มขายของใน Lazada บอกเลยว่าการสมัครเป็น Lazada Seller ทำได้ไม่ยาก และที่สำคัญคือ “สมัครฟรี” ไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น เพียงทำตามขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • เข้าสู่ระบบ Lazada Seller Center เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ Lazada Seller Center หรือเลือกใช้งานผ่านแอป Lazada Seller ก็ได้ตามสะดวก
  • ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์ กรอกหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นระบบจะส่งรหัส OTP มาให้เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน
  • เลือกประเภทบัญชีผู้ขาย ระบุให้ชัดว่าเป็นการสมัครในนาม “บุคคลธรรมดา” หรือ “นิติบุคคล” เพื่อให้ระบบตั้งค่าข้อมูลร้านค้าได้ถูกต้อง
  • กรอกข้อมูลร้านค้าและบัญชีรับเงิน ใส่รายละเอียดร้านค้า ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า รวมถึงผูกบัญชีธนาคารให้เรียบร้อย

เมื่อครบทุกขั้นตอนแล้ว ก็สามารถเริ่มลงสินค้าและเปิดขายบน Lazada ได้ทันที!

แนะนำฟีเจอร์สำคัญใน Lazada Seller Center ที่ช่วยดันยอดขายให้โตเร็ว

การเป็น  Lazada Seller ให้ขายดี ไม่ใช่แค่มีสินค้าอย่างเดียว แต่ต้องใช้เครื่องมือให้เป็นด้วย เพราะในระบบ Lazada Seller Center มีฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยร้านค้าเพิ่มยอดขายในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดึงลูกค้าเข้าร้าน ไปจนถึงการปิดการขายและวิเคราะห์ข้อมูล

หลายร้านที่ยอดขายเติบโตเร็ว มักไม่ได้พึ่งแค่สินค้า แต่ใช้เครื่องมือเหล่านี้เข้ามาช่วยวางกลยุทธ์อย่างจริงจัง ซึ่งถ้าพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจและเลือกใช้ได้เหมาะกับจังหวะธุรกิจ ก็มีโอกาสโตแบบก้าวกระโดดได้เช่นกัน

ลองมาดูกันว่าฟีเจอร์ไหนที่ควรรู้ และแต่ละตัวช่วยอะไรได้บ้าง

  • Lazada University – เรียนรู้การขายแบบมืออาชีพตั้งแต่เริ่มต้น
    สำหรับร้านค้าที่เพิ่งเริ่มต้นขายของใน Lazada หรือยังไม่คุ้นกับระบบหลังบ้าน ฟีเจอร์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เพราะรวบรวมทั้งพื้นฐานการใช้งาน ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มยอดขายจากผู้เชี่ยวชาญไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ขายสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกเอง ช่วยให้เริ่มต้นได้เร็วและมั่นใจมากขึ้น
  • Sponsored Solutions – ดันสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
    หากอยากให้สินค้าของร้านคุณถูกเห็นมากขึ้น เครื่องมือโฆษณาของ Lazada คือสิ่งที่ช่วยได้อย่างตรงจุด เพราะสามารถดันสินค้าไปแสดงในตำแหน่งสำคัญ เช่น หน้าค้นหา หรือหน้าสินค้าแนะนำ ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่เพิ่งเปิดตัว หรือช่วงที่ต้องการเร่งยอดขาย
  • Seller Picks / LazPick – เพิ่มยอดขายแบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา
    ฟีเจอร์นี้เปรียบเสมือนรางวัลสำหรับร้านค้าที่ดูแลคุณภาพร้านได้ดี ทั้งเรื่องการจัดส่ง การตอบแชท และคะแนนรีวิว เมื่อผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สินค้าจะมีโอกาสถูกนำไปแสดงในตำแหน่งที่โดดเด่นมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ช่วยเพิ่มยอดขายแบบ Organic และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านในระยะยาว
  • Voucher & Campaign – ตัวเร่งยอดขายในช่วงสำคัญ
    คูปองส่วนลดและแคมเปญใหญ่ของ Lazada ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้านค้าสามารถสร้าง Voucher เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ลูกค้า หรือเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมักช่วยดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้ามีการวางแผนราคาและสต๊อกล่วงหน้า
  • CEM (Broadcast Message) – สร้างยอดขายจากลูกค้าเดิม
    การสื่อสารกับลูกค้าเก่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ เพราะมีโอกาสปิดการขายได้ง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ร้านค้าสามารถส่งข้อความแจ้งโปรโมชั่น สินค้าใหม่ หรือข้อเสนอพิเศษไปหาลูกค้าได้โดยตรง ทำให้เกิดการซื้อซ้ำและช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
  • Lazada Chat – ปิดการขายได้ไวขึ้นแบบเรียลไทม์
    ในหลายๆ ครั้ง ลูกค้าอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ และช่วงเวลานั้นคือโอกาสสำคัญของร้านค้า ฟีเจอร์แชทช่วยให้ร้านค้าสามารถตอบคำถาม  ให้คำแนะนำ และปิดการขายได้ทันทีในจังหวะที่ลูกค้ากำลังสนใจ ยิ่งตอบได้เร็วและตรงจุดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าได้มากขึ้น
  • Lazada Feed – เพิ่มการมองเห็นแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
    ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่คล้าย Social Media ภายในแพลตฟอร์ม Lazada ที่เปิดโอกาสให้ร้านค้าโพสต์คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน รีวิวสินค้า หรือไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ช่วยให้ลูกค้าเห็นแบรนด์บ่อยขึ้น เกิดการจดจำ และเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องลงทุนโฆษณาเพิ่มเติม
  • LazLive – ไลฟ์ขายของ เพิ่มยอดแบบทันที
    เทรนด์ Live Commerce กำลังเติบโต และ Lazada ก็มีฟีเจอร์นี้รองรับเช่นกัน ร้านค้าสามารถไลฟ์สดขายสินค้า อธิบายรายละเอียด และตอบคำถามลูกค้าแบบเรียลไทม์ เหมาะกับสินค้าที่ต้องอธิบาย เช่น แฟชั่น เครื่องสำอาง หรือสินค้าเทคโนโลยี
  • Store Builder – สร้างหน้าร้านให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
    ภาพลักษณ์ของร้านมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าไม่น้อย ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ร้านค้าสามารถออกแบบหน้าร้านได้เอง ทั้งการจัดหมวดหมู่สินค้า ใส่แบนเนอร์ และจัด Layout ให้ดูเป็นระเบียบและน่าสนใจ เปรียบเสมือนการมีเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและส่งผลต่อยอดขายโดยตรง
  • Business Advisor – ใช้ข้อมูลวางแผนให้ขายดีขึ้น
    การทำธุรกิจในปัจจุบัน การใช้ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญ ฟีเจอร์นี้จะช่วยรวบรวมข้อมูลสำคัญของร้าน เช่น ยอดขาย สินค้าขายดี และพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนการขายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการสต๊อก การตั้งราคา หรือการทำโปรโมชั่น
ผู้หญิงกำลังแพ็คสินค้า

6 เทคนิคขายของบน Lazada ให้ได้ยอดขายปังๆ

  1. ตั้งชื่อสินค้าให้ค้นหาเจอง่าย (SEO ใน Lazada) ชื่อสินค้าควรใส่คีย์เวิร์ดที่ลูกค้าใช้ค้นหาจริง เช่น ประเภทสินค้า + คุณสมบัติ + จุดเด่น เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าติดอันดับในหน้าค้นหา และถูกคลิกมากขึ้นตั้งแต่แรกเห็น
  2. รูปสินค้าและหน้าปกต้องสะดุดตา ภาพที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสขายได้มากกว่าที่คิด ควรเลือกภาพที่คมชัด แสงสวย และสื่อสารจุดเด่นของสินค้าได้ทันที เพราะลูกค้าจะตัดสินใจคลิกหรือไม่คลิกจากภาพเป็นอันดับแรก

    อ่านต่อ: แชร์ 8 วิธีถ่ายรูปสินค้าให้สวยสะดุดตา ดึงดูดลูกค้าไม่ให้เลื่อนผ่าน! 
  3. ตั้งราคาให้แข่งขันได้ พร้อมมีโปรช่วยปิดการขาย นอกจากการตั้งราคาขายที่เหมาะสมแล้ว การใช้คูปองหรือโปรโมชั่นเสริม เช่น ส่วนลด หรือ Flash Sale จะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญที่มีการแข่งขันสูง
  4. ตอบแชทให้ไว เพิ่มโอกาสปิดออเดอร์ ลูกค้าหลายคนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ การตอบแชทเร็วและให้ข้อมูลครบ จะช่วยสร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสเปลี่ยนจากคนสนใจให้กลายเป็นลูกค้าได้ทันที
  5. รักษามาตรฐานร้านค้าให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การส่งของตรงเวลา แพ็กสินค้าเรียบร้อย และมีบริการหลังการขายที่ดี จะช่วยให้ร้านได้คะแนนและรีวิวดี ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและโอกาสในการถูกโปรโมทมากขึ้น
  6. ใช้ฟีเจอร์ของ Lazada ให้ครบและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Voucher, Campaign, Live หรือ Feed เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าได้จริง ยิ่งใช้อย่างสม่ำเสมอ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเห็นและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Lazada Seller 

Q: Lazada Seller คืออะไร?

A: Lazada Seller คือ ผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada ที่สามารถเปิดร้านออนไลน์และบริหารจัดการทุกอย่างผ่านระบบ Lazada Seller Center ตั้งแต่การลงสินค้า จัดการออเดอร์ ไปจนถึงดูยอดขาย

Q: สมัคร Lazada Seller เสียเงินไหม?

A: สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น แต่จะมีค่าธรรมเนียมเมื่อมีการขายสินค้า เช่น ค่าคอมมิชชัน และค่าบริการแพลตฟอร์ม

Q: เอกสารที่ใช้สมัคร Lazada Seller มีอะไรบ้าง?

A: เอกสารจะแตกต่างกันตามประเภทผู้สมัคร

  • บุคคลธรรมดา: บัตรประชาชน ข้อมูลภาษี (ถ้ามี) และบัญชีธนาคาร
  • นิติบุคคล: ใบจดทะเบียนบริษัท ใบ VAT (ถ้ามี) และบัญชีธนาคารในนามบริษัท

Q: ขายของใน Lazada มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

A: ค่าธรรมเนียมหลักๆ ได้แก่

  • Payment Fee ประมาณ 3% ต่อออเดอร์
  • Commission Fee แตกต่างตามหมวดสินค้า และประเภทร้าน (เช่น ร้านทั่วไป / LazMall)

Q: ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง สามารถขายได้ไหม?

A: ได้ สามารถทำในรูปแบบ

  • Dropship (ไม่ต้องสต๊อกสินค้า)
  • Lazada Affiliate (โปรโมทสินค้าและรับค่าคอมมิชชัน)

เริ่มต้นเป็น Lazada Seller และต่อยอดธุรกิจให้โตได้ง่ายขึ้นกับ Carry Fulfillment!

บริการ fulfillment จาก Carry Fulfillment

การเป็น Lazada Seller ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เริ่มต้นขายของออนไลน์ได้ไม่ยาก เพราะมีทั้งฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และระบบหลังบ้านที่ช่วยจัดการร้านค้าได้ครบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการลงสินค้า ดูแลออเดอร์ หรือใช้เครื่องมือโปรโมทเพื่อเพิ่มยอดขาย

แต่เมื่อร้านเริ่มขายดีขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ “งานหลังบ้านที่เพิ่มขึ้น” ทั้งการเช็กสต๊อก แพ็กสินค้า และจัดส่ง ซึ่งอาจทำให้หลายร้านเริ่มจัดการไม่ทัน หรือไม่มีเวลามาโฟกัสกับการขายได้เต็มที่

Carry Fulfillment พร้อมช่วยดูแลธุรกิจของคุณตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งจัดเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าให้คุณอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีระบบหลังบ้านที่สามารถเชื่อมต่อ API เข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ทําให้ร้านค้า ประหยัดเวลาในการจัดการออเดอร์ได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหลักพันหรือหมื่นออเดอร์ เราพร้อมให้บริการที่ครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ที่นี่เลยครับ!

อ่านต่อ: